top of page

การจัดเก็บสินค้าแบบ FIFO และ FEFO ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้แบบไหนดีในธุรกิจของคุณ

  • 6 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที


การบริหารสต๊อกสินค้าเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจที่มีคลังสินค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์ โรงงาน หรือธุรกิจ Fulfillment เพราะหากจัดการสต๊อกผิดพลาด อาจทำให้เกิดของค้างสต๊อก สินค้าหมดอายุ ต้นทุนจม หรือแม้แต่เสียความเชื่อมั่นจากลูกค้า หลายธุรกิจเริ่มต้นด้วยการจัดเก็บสินค้าแบบพื้นฐาน แต่เมื่อจำนวน SKU เพิ่มขึ้น หรือเริ่มมีสินค้าที่มีวันหมดอายุ ปัญหาการหมุนเวียนสต๊อกก็เริ่มซับซ้อนขึ้น

หนึ่งในหลักการจัดการคลังสินค้าที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ FIFO และ FEFO แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่มีแนวคิดและการใช้งานแตกต่างกันอย่างชัดเจน

👉 บทความนี้จะอธิบายความแตกต่าง พร้อมแนวทางเลือกใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ


FIFO คืออะไร และเหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

FIFO (First In, First Out) หมายถึงสินค้าที่เข้าคลังก่อน ต้องถูกนำออกก่อน

หลักการทำงานของ FIFO

  • จัดเรียงสินค้าตามวันที่รับเข้า

  • หยิบล็อตที่เข้ามาก่อนเสมอเมื่อต้องจัดส่ง

  • เน้นการหมุนเวียนสต๊อกตามลำดับเวลา

ข้อดีของ FIFO

  • ลดปัญหาของค้างสต๊อก

  • บริหารคลังได้ง่าย

  • ไม่ซับซ้อนในการจัดการ

  • เหมาะกับระบบคลังสินค้ามาตรฐาน

เหมาะกับสินค้าแบบไหน?

  • เสื้อผ้า

  • อุปกรณ์ทั่วไป

  • สินค้าที่ไม่มีวันหมดอายุชัดเจน

  • สินค้าที่มูลค่าไม่เปลี่ยนตามเวลา

FIFO เป็นระบบที่ใช้งานง่าย และพบได้บ่อยในคลังสินค้าทั่วไปหรือธุรกิจที่สินค้าไม่ได้มีข้อจำกัดด้านวันหมดอายุ


FEFO คืออะไร และสำคัญกับสินค้าแบบใด?

FEFO (First Expired, First Out) หมายถึงสินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อน ต้องถูกนำออกก่อน

หลักการทำงานของ FEFO

  • บันทึกวันหมดอายุของแต่ละล็อตสินค้า

  • หยิบสินค้าที่หมดอายุเร็วที่สุดก่อน

  • ไม่ยึดตามวันที่รับเข้าเป็นหลัก

แม้สินค้าจะเข้าคลังทีหลัง แต่หากหมดอายุก่อน ก็ต้องถูกจัดส่งก่อน

ข้อดีของ FEFO

  • ลดความเสี่ยงสินค้าหมดอายุ

  • ลดต้นทุนจากการทิ้งสินค้า

  • ลดการเคลมจากลูกค้า

  • เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้บริโภค

เหมาะกับสินค้าแบบไหน?

  • อาหารและเครื่องดื่ม

  • อาหารเสริม

  • เครื่องสำอาง

  • ยาและเวชภัณฑ์

การใช้ FEFO จำเป็นต้องมีระบบจัดการสต๊อกที่แม่นยำ เช่น ระบบ WMS เพื่อบันทึกวันหมดอายุและควบคุมล็อตสินค้าอย่างถูกต้อง


เปรียบเทียบ FIFO และ FEFO แบบเข้าใจง่าย

หัวข้อเปรียบเทียบ

FIFO

FEFO

ยึดตามอะไร

วันที่รับเข้า

วันหมดอายุ

ความซับซ้อน

ต่ำ

สูงกว่า

ความเสี่ยงหมดอายุ

ปานกลาง

ต่ำมาก

เหมาะกับสินค้า

สินค้าทั่วไป

อาหาร / ยา / เครื่องสำอาง


ธุรกิจควรเลือกแบบไหน?

การเลือกใช้ระบบขึ้นอยู่กับ “ประเภทสินค้า” เป็นหลัก

  • หากสินค้ามีวันหมดอายุชัดเจน → ควรใช้ FEFO

  • หากสินค้าไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุสินค้า → FIFO เพียงพอและจัดการง่ายกว่า

ในธุรกิจ Fulfillment สมัยใหม่ หลายผู้ให้บริการรองรับทั้งสองระบบ และสามารถปรับรูปแบบการจัดเก็บตามลักษณะสินค้าของแต่ละแบรนด์ เพื่อให้การบริหารสต๊อกมีประสิทธิภาพสูงสุด


FIFO และ FEFO เป็นหลักการบริหารสต๊อกที่ช่วยลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้า

  • FIFO เน้น “เข้าก่อน ออกก่อน”

  • FEFO เน้น “หมดอายุก่อน ออกก่อน”

แม้ทั้งสองระบบมีเป้าหมายเดียวกันคือการหมุนเวียนสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ แต่การเลือกใช้ให้เหมาะสมกับประเภทสินค้า จะช่วยลดต้นทุน ลดความผิดพลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว

การบริหารสต๊อกที่ดี ไม่ได้ช่วยแค่ลดของเสียแต่คือรากฐานสำคัญของธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่ายั่งยืน สำหรับธุรกิจที่ต้องการระบบจัดการสต๊อกที่รองรับทั้ง FIFO และ FEFO อย่างมืออาชีพ

The Fulfillment พร้อมดูแลตั้งแต่การจัดเก็บสินค้า บริหารล็อต ควบคุมวันหมดอายุ ไปจนถึงการแพ็กและจัดส่งอย่างเป็นระบบ 📞 ติดต่อทีม The Fulfillment ของเราได้ที่นี่


Line Official


Email


Tiktok


เบอร์ติดต่อ

061-591-8929


ทีมงานพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับระบบ The Fulfillment การจัดเก็บ–แพ็ค–ส่งสินค้า และการเชื่อมต่อระบบหลังบ้าน เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้ง่ายขึ้นแบบมืออาชีพ 📦


 
 
bottom of page